[EGoT]Journal

posted on 08 Sep 2013 15:19 by blesea

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ

*****************

Sub-Event 002

Journal

 
วันนี้เป็นวันแรกที่ข้ามาอยู่กับ'เขา' อย่างเป็นทางการ
 
เขาพาข้ามาจากที่ที่ห่างจากที่นี่ ที่ที่ข้าจากมามีคนมากมายส่งเสียงเอะอะ มีกลิ่นของทะเลปะปนอยู่ในอากาศ มันไม่ใช่ที่ที่ข้าเกิด แต่มันเป็นที่ที่ข้าอยู่เป็นเวลานานก่อนเขาจะมา ข้ายังจำตอนที่เขาเห็นข้าได้ เขาเดินมาพร้อมคนอีกสองคนที่สูงและตัวใหญ่กว่าเขา แต่เขาดูไม่กลัวคนพวกนั้นเลย กลับกัน คนที่เดินตามเขามาดูจะเกรงเขามากทีเดียว เขาคงมีกำลังมากกว่าที่ตาเห็นแน่ เขาและคนอีกสองคนเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดลงตรงหน้ากรงที่ขังข้า ข้าส่งเสียงทักทายเขาอย่างรู้งาน ในบรรดาเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่อยู่ที่นี่ มีข้าเท่านั้นที่เข้าใจและพูดภาษาของคนได้ แม้จะไม่มากนักก็ตาม ข้ารู้ว่าคนชอบให้ข้าทักทาย
 
ข้าสวยและ"มีมารยาท" แน่นอนว่าเขาต้องสนใจข้า เขาคุยกับเจ้าของเดิมของข้าอยู่เป็นเวลานาน ข้าไม่รู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่สุดท้ายข้าก็ถูกพาตัวมา เขาคลุมผ้ารอบกรงขังของข้า แต่ข้าฉลาดพอที่จะรู้ว่าข้ากำลังอยู่บนอะไรซักอย่างที่เคลื่อนที่ด้วยม้า ข้ารู้จักเสียงฝีเท้าของม้า ข้ารู้จักกลิ่นของมัน เสียงกุบกับและแรงสั่นสะเทือนยังดังอย่างต่อเนื่อง เป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดที่ได้เคลื่อนที่ไปทั้งที่ไม่ได้ขยับตัว ข้าปล่อยให้เสียงเหล่านั้นกล่อมข้าเข้าสู่ห้วงนิทรา
 
เมื่อข้าลืมตาอีกครั้ง ข้าก็มาอยู่ที่นี่ กรงของข้าตั้งอยู่ริมช่องหินขนาดใหญ่ เมื่อมองออกไปจะเห็นต้นไม้มากมายเรียงตัวลดหลั่นสูงต่ำทอดยาวออกไปสุดสายตา กลางป่านั้นเป็นรังของมนุษย์บนยอดเขาสูงชัน ส่วนด้านในห้องก็กว้างกว่าที่ที่ข้าจากมามากทีเดียว
 
แสงแรกของวันพยายามลอดผ่านม่านหมอกที่ปกคลุมไปทั่ว ข้าพยายามส่งเสียงไล่กลุ่มไอเมฆสีเทาพวกนั้น ข้าชอบกลิ่นภูเขาและต้นไม้ของที่นี่ แต่ข้าไม่ชอบบรรยากาศทึบทึมเหล่านี้เอาเสียเลย ข้าอยู่กับทะเลและอากาศที่ร้อนกว่านี้มานาน แม้บางครั้งในความฝันข้ายังเห็นภาพละอองน้ำแข็งสีขาวที่ดูเหมือนจะเย็นจับใจ ข้ารู้จักความหนาว แต่ข้าคงจากมันมานานเกินกว่าจะจดจำความรู้สึกนั้นได้ วันนี้ข้าต้องกลับมาเจอมันอีกครั้ง เป็นความรู้สึกที่ไม่น่ายินดีเลย
 
ข้าพองขนสู้กับละอองน้ำที่ค่อยไหลวนอยู่ในบรรยากาศอย่างเต็มที่ ก่อนพยายามส่งเสียงขับไล่มันอีกครั้ง ดูเหมือนแสงอาทิตย์จะเข้าใจข้า มันพยายามต่อสู้กับหมอกจอมดื้อดึงพวกนั้นเพื่อส่งความอบอุ่นเข้ามาถึงข้า
 
แล้วเขาก็เข้ามา ข้าส่งเสียงทักทายเขาอย่างมีมารยาท เขาตอบอะไรบางอย่างกลับมาเช่นกัน เสียงของเขานุ่มนวลและเป็นมิตร เขาสุภาพกว่าเจ้าของเดิมของข้ามากนัก
 
เขาเปิดกรงขังของข้าก่อนสอดมือเข้ามาพร้อมอาหาร ลูกเบอร์รี่ส่งกลิ่นหอมและใหม่กว่าที่ข้าเคยได้กินมาทั้งชีวิต ข้าแทบจะได้ยินเสียงท้องของข้ากรีดร้องด้วยความดีใจ แทบรอไม่ไหวที่จะลิ้มรสลูกไม้หน้าตาแสนอร่อยพวกนั้น แต่มือของเขายังไม่ขยับออกไป ข้าไม่กล้าพอ เขาอาจจะล่อให้ข้าตายใจก่อนหักคอข้าเสียดื้อๆก็ได้
 
แต่เขาไม่ได้ทำ มือของเขาขยับวางถ้วยอาหารของข้าอย่างระวังก่อนเลื่อนกลับออกไปปิดกรงของข้าโดยไม่ให้เกิดเสียงดัง ข้าเข้าใจการเคลื่อนไหวของเขาในทันที เขาไม่ต้องการให้ข้ากลัว กระทั่งฝีเท้าตอนเดินออกไปจากห้องของเขาก็ยังเบาราวกับแมวย่อง
 
หลังข้าจัดการมื้อเช้าของข้า ไม่นานนักเขาก็กลับมา นั่งที่หน้ากองกระดาษที่ดูยุ่งเหยิงเต็มโต๊ะไปหมด เขาขีดเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษเหล่านั้นอย่างไม่หยุดมือ ข้ามองอยู่พักใหญ่จนเริ่มเบื่อจึงหันกลับไปมองแสงอาทิตย์ด้านนอก ม่านละอองน้ำเย็นเยียบพวกนั้นจางลงไปมากแล้ว แต่ข้าก็ยังไม่ชอบมันอยู่ดี ข้าส่งเสียงไล่มันอีกครั้ง
 
ทันใดข้าก็ได้ยินเสียงกุกกักจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมองข้าก็พบว่าเขาเดินมาหยุดที่หน้ากรงขังข้าอีกครั้ง ก่อนพูดอะไรบางอย่างที่ข้าไม่เข้าใจด้วยเสียงเรียบเรื่อยของเขา สงสัยจะมาดุที่ข้าส่งเสียงดังกระมัง เจ้าของคนก่อนชอบว่าข้าบ่อยๆเวลาข้าร้องเพลงเรื่อยเปื่อย “น่ารำคาญ” “เงียบน่า” ข้ารู้จักความหมายของคำพวกนี้ดี
 
แต่ข้าไม่ได้ยินคำใดที่ข้าคุ้นจากปากของเขา ถึงอย่างนั้นข้าก็ตัดสินใจเงียบเสียงลง กลายเป็นว่าเขายิ่งพูดอะไรที่ข้าไม่เข้าใจยาวขึ้น ข้าเอียงคอมองเขาด้วยความสงสัย ข้าเงียบแล้ว เขายังต้องการอะไรจากข้าอีกนะ
 
“ร้องเพลง” ในที่สุดข้าก็ได้ยินคำที่คุ้นเคย เจ้าของคนเดิมของข้าชอบสั่งให้ข้า”ร้องเพลง”เวลาเอาข้าออกมาอวดคนอื่น ‘เขา’ไม่ได้อยากให้ข้าเงียบแต่อยากให้ข้าร้องเพลงนี่เอง แปลกดี ทั้งที่ไม่มีใครอื่นดูอยู่ เขาก็ยังอยากให้ข้าร้องเพลง
 
ข้าเริ่มส่งเสียงเป็นทำนองตามที่เจ้าของเดิมเคยสอนข้าพร้อมลอบสังเกตอาการของเขา เขาดูผ่อนคลายลง และเดินกลับไปนั่งที่เดิม ข้าคงทำถูกแล้ว
 
ข้าร้องเจื้อยแจ้วไปซักครู่พร้อมโยกตัวไปตามทำนอง แล้วข้าก็ได้ยินเสียงของเขา มันเบากว่าปกติมาก คล้ายเขาส่งเสียงอยู่ในคอ แต่ข้าได้ยิน
 
เขากำลังร้องเพลงกับข้า
 
ข้าเริ่มเหนื่อยและคอแห้ง ข้าหยุดพักและดื่มน้ำจากถ้วยอีกใบ ทันทีที่ข้าหยุดร้องเขาก็หยุดเช่นกัน ข้าดีใจที่เขาอยากร้องเพลงกับข้า แต่ข้าอยากฟังเสียงของเขามากกว่านี้ ข้าส่งเสียงบอกเขาถึงสิ่งที่ข้าคิด ดูเหมือนเขาจะไม่เข้าใจนัก เขาพูดอะไรบางอย่างกลับมา จากลักษณะน้ำเสียง ข้าคิดว่าเป็นคำถาม เขาคงสงสัยในสิ่งที่ข้าบอก ข้าจึงพูดซ้ำอีกครั้ง
 
เขาตอบอะไรกลับมาด้วยประโยคที่ยาวขึ้น
 
ข้าจึงตอบกลับไปอีก
 
แล้วเราก็เริ่มคุยกัน ในห้องนั้นมีเพียงข้ากับเขาส่งเสียงโต้ตอบกันไปมา
 
น่าแปลก ทั้งที่ข้าไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูดเป็นส่วนใหญ่ เขาเองก็ดูจะไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าบอกแม้แต่น้อย แต่ข้ารู้สึกเหมือนเรากำลังคุยกันอย่างถูกคอ รู้ตัวอีกทีพระอาทิตย์ก็ได้ชัยชนะบนท้องฟ้าในที่สุด แสงหลากสีสาดส่องไปทั่วสร้างความอบอุ่นให้บริเวณโดยรอบ ข้าสยายปีกขับไล่ละอองน้ำสุดท้ายบนตัวด้วยความพึงพอใจ
 
พร้อมกันนั้นเอง เขาก็ลุกขึ้น หันมาพูดอะไรบางอย่างกับข้าก่อนเดินออกไปจากห้องโดยไม่รอคำตอบ ข้าไม่เข้าใจการกระทำนี้เลย
 
กระทั่งแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า สีสันของสิ่งรอบตัวข้าค่อยๆหายไป เขาก็ยังไม่กลับมา ข้าเริ่มรู้สึกหิวและกระสับกระส่าย ข้าอยากออกไปตามหาเขา แต่ประตูของกรงขังแน่นหนาเกินกว่าข้าจะปลดออกได้ ข้าส่งเสียงร้องดังด้วยความหวังว่าเขาจะได้ยิน 
 
แล้วเขาก็กลับมา คราวนี้เขาเดินตรงไปที่โต๊ะของเขาโดยไม่ทักทายข้า สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียด บรรยากาศเคร่งขรึมกดดันแผ่ออกมารอบตัว ด้านหลังของเขามีคนตัวเล็กกว่าหอบกระดาษกองใหญ่ตามเข้ามา คนนั้นส่งกลิ่นของความวิตกกังวลคละคลุ้งไปหมด
 
คงเป็นเพราะกระดาษนั่นแน่ พวกเขาถึงเป็นแบบนั้น ข้าส่งเสียงเรียกเขาอีกครั้ง คราวนี้ดูเขาจะสนใจข้าขึ้นมาบ้าง เขาพูดอะไรบางอย่างกับคนที่ตามเข้ามา คงเป็นคำสั่ง เพราะคนคนนั้นวางกองกระดาษลงบนโต๊ะก่อนเดินหายไปจากห้องอย่างรวดเร็ว
 
เมื่อคนคนนั้นออกไปแล้ว เขาก็เดินมาที่กรงของข้า ความตึงเครียดในอากาศและสีหน้าของเขาผ่อนลงมาก เขาเริ่มพูดอะไรบางอย่างกับข้าอีกครั้ง เสียงของเขายังนุ่มนวลเช่นเดิม แต่ตอนนี้ความอิดโรยเพิ่มขึ้นมา ในมือของเขามีกลิ่นของลูกไม้แสนอร่อยเช่นเดียวกับตอนเช้า เขาคงเหนื่อยเพราะออกไปหาอาหารมาให้ข้าเป็นแน่ ข้ายังไม่เห็นเขากินอะไรเลย
 
เขาเปิดประตูกรงและนำผลไม้เล็กๆเหล่านั้นใส่ถ้วยจนเต็ม ก่อนที่มือของเขาจะถอยกลับออกไป ข้ารีบขยับเข้าไปคาบลูกที่สวยที่สุดวางลงบนมือใหญ่ แต่มือนั้นไม่ขยับไปไหน เขาคงไม่เข้าใจสิ่งที่ข้าต้องการจะบอกแน่ ข้าเงยหน้าขึ้นเพื่อบอกเขา ข้าพยายามใช้ท่าทางช่วย หวังว่าเขาจะเข้าใจ
 
เขาหยุดนิ่งฟังและดูข้า ก่อนจะทำสีหน้าที่ข้ารู้จักดี เขาเข้าใจข้าแล้ว 
 
แต่แล้วเขาก็วางลูกไม้ลงในถ้วยของข้าอีก ทำไมกัน? ข้าพยายามจะส่งเสียงบอก แต่ก่อนข้าจะได้พูดอะไร เขาก็เลื่อนมือมาใกล้ตัวของข้า ข้าเผลอจิกเขาด้วยความตกใจ แต่เขากลับไม่ตวาดข้า เขาเพียงไล้ปลายนิ้วไปมาที่หัวของข้า สัมผัสจากมือของเขาให้ความรู้สึกที่ดี มันเป็นการสัมผัสที่อ่อนโยน ข้าหลับตาลงด้วยความผ่อนคลาย 
 
และก่อนที่ข้าจะรู้สึกเบื่อ เขาก็เลื่อนปลายนิ้วมารองใต้กรงเล็บของข้า ข้าแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ก้าวออกไปคอนบนนิ้วของเขาอย่างที่เคยถูกฝึกมา
 
แล้วเขาก็เอาข้าออกมาจากกรง เขากระซิบอะไรบางอย่าง ข้ารู้จักแค่คำว่า "หนี" ข้าส่งเสียงปฏิเสธกลับไป ข้าจำภาพของเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ที่พยายามหนีได้ ข้าฉลาดเกินกว่าจะทำเช่นนั้น
 
ดูเหมือนเขาจะเข้าใจ เขาทำสีหน้ามีความสุขอีกครั้ง คืนนั้นเราคุยกันจนข้าเริ่มง่วง ข้าไม่สามารถตั้งหัวของข้าให้ตรงได้อีก เขาเข้าใจข้าเป็นอย่างดี มือใหญ่แตะลูบหัวข้าอย่างแผ่วเบาก่อนส่งข้ากลับเข้ากรง ข้าหลับลงในเวลาไม่นานนัก คืนนั้นข้าฝันถึงเพลงที่ร้องกับเขา
 
วันนี้เป็นวันแรกที่ข้ามาอยู่กับ 'เขา' อย่างเป็นทางการ และข้าได้รักเขาเข้าแล้ว
 
**********
บทส่งท้าย
 
ยิ่งจำนวนวันที่ข้าอยู่กับ ‘เธอ’ เพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ข้าก็ชอบเธอน้อยลงทุกที เธอไม่เหมือนเขา เธอไม่คุยกับข้า แต่บางวันเธอก็พูดพึมพำไม่หยุด บางครั้งเวลาข้าร้องเพลง เธอก็โยกตัวตามช้าๆ ด้วยท่าทีพออกพอใจ แต่จู่ๆเธอก็จะกรีดร้องขึ้นมา ข้าไม่เข้าใจเธอเลย
 
วันนี้คนที่คอยดูแลเธอร้องเพลงที่ข้ารู้จัก ข้าเคยได้ยินเพลงนี้จากที่ที่ข้าจากมา ข้าร้องตามก่อนรีบหยุดเมื่อรู้สึกถึงสายตาของเธอที่จับจ้อง
 
"ร้องอีกสิ" เสียงของเธอที่นานครั้งจะเอ่ยกับข้าด้วยคำที่ข้าเข้าใจดังขึ้น ข้าเอียงมองเธอด้วยความประหลาดใจ ดูเหมือนเธอจะเข้าใจเพราะเธอพูดซ้ำอีกครั้ง ยืนยันว่าข้าไม่ได้ฟังผิด
 
เธอปล่อยให้ข้าร้องเพลงอยู่นาน แล้วจู่ๆเธอก็เปิดกรงขังข้า ข้าไม่เข้าใจนักในตอนแรก แต่เมื่อเธอหมุนปากกรงไปทางด้านนอกห้อง ข้าก็รู้ได่ในทันที
 
เธอให้อิสระกับข้า
 
มีเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของข้ามากมายอยู่ด้านนอกตามร่มเงาของกิ่งไม้ แต่นั่นไม่ใช่ที่ที่ข้าจะไป ข้าอยู่กับคนมานานเกินกว่าจะกลับไปใช้สัญชาติญาณในการดำรงชีวิตอีก
 
ข้าจะกลับไปหาเขา
 
ข้าขยับปีกเล็กน้อยเพื่อเตรียมความพร้อม ข้ารู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ข้าไม่ได้ใช้ปีกมานาน ไม่รู้ว่าจะบินได้ดีแค่ไหน ข้าไม่อยากดูแย่ต่อหน้าเขา แต่ข้าก็ไม่อยากอ้อยอิ่งนาน ประเดี๋ยวเธอจะเปลี่ยนใจ อารมณ์ของเธอเดายากนัก
 
ข้ากางปีกออกอีกครั้งเมื่อรู้สึกว่าพร้อม แรงลมที่ไม่ได้สัมผัสมานานไหลลู่ไปตามปีกของข้า ข้ารู้ดีว่าจุดหมายของข้าอยู่ที่ใด เวลานี้เขาต้องอยู่ที่นั่นแน่ ห้องที่เต็มไปด้วยกระดาษมากมายที่เขาเกลียด
 
ข้าจะร้องเพลงให้หน้าตายุ่งเหยิงของเขาคลายลง
 
ข้าจะเล่าถึงช่วงเวลาที่หายไป เล่าถึงความเหงาที่ข้ามีระหว่างที่ต้องแยกจากเขา
 
ข้าจะ...
 
***************
 
บันทึกของฌาฮินค่ะ จิ้มที่ชื่อนางเพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น นางเป็นนกใจง่ายขี้มโนจริงๆนางคือร่างอวตารของคนเขียน ในนี้ไม่ได้เขียนถึงเพราะกลัวจะเยิ่นเย้อไปมากกว่านี้ ขออธิบายเพิ่มนิดนะคะ
 
ฌาฮินเป็นนกที่นาอิมซื้อมาจากกัลล์ทาวน์ ตั้งใจให้มีลักษณะใกล้เคียงกับนกกระตั้วขาวค่ะ แต่ต่างกันนิดหน่อยตรงที่นางเคยมาจากที่หนาวๆมาก่อน ฌาฮินมาอยู่กับนาอิมได้ประมาณสองอาทิตย์ ก่อนนาอิมจะให้น้องสาวไปในวันเกิด และเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์เมื่อสองสามปีก่อนค่ะหากินอยู่กับอดีต
 
ตอนนี้หลากอารมณ์ทีเดียว เลยไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไร แถมไม่รู้เขียนตรงโจทย์ไหม ก็ ก็ ตามนั้นเลยค่ะ ส่วนตรงบทส่งท้ายอยากใส่เฉยๆ ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา ไม่ต้องนับคะแนนนะคะ ;_:
 
แล้วก็ขอให้แม่งานหายจากอาการเจ็บป่วยไวๆนะคะ ;_; 
 
ป.ล. เป็นสิ่งมีชีวิตคิดสั้นๆ ฉะนั้นเทิร์นนี้จะไม่เพิ่มmeritค่ะ เพื่อความครบถ้วนของสมาชิกเมือง *โดนสั่งเก็บ*
ป.ล.2 ช่วงนี้วาดรูปไม่ได้อย่างที่พอใจเลย อีเวนท์อะไรที่เกี่ยวกับการวาดรูปจะยังไม่ทำนะคะ T_T *กราบขออภ้ยแม่งานทุกคอมมูที่เราได้เข้าไปเกี่ยวข้อง* 
ป.ล.3 ตอนไปหาดูการกินการนอนของนก เลยเพิ่งรู้ว่านกฝันแล้วละเมอร้องเพลงด้วยค่ะ โมเอะมาก
ป.ล.4 เขียนไปฟังเพลงนี้ไปด้วยค่ะ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเนื้อหา แต่อยากเผยแพร่ให้ฟังทั่วๆกัน 

Comment

Comment:

Tweet

ตรวจกิจกรรม:
ตัวอักษรทั้งหมด 8,565 ตัว
คำที่กำหนดให้ 3 คำ

รวมทั้งหมด 8565/7 = 1223.57
ผลตอบแทนที่ได้รับ: Money 400, Merit 3

#7 By EGoT on 2013-10-01 02:34

อะ  เอาฌาฮินคืนมา ;___;

#6 By akua on 2013-09-11 21:39

อะ  เอาฌาฮินคืนมา ;___;

#5 By akua on 2013-09-11 21:37

น่ารักมาก!! พระเจ้า นกอะ นกอะ ..... เราทำให้เห็นนาอิมอีกด้านจริงๆ แต่แบบแว้ /เราก็อยากหยิกหน้าเหี่ยวๆ ของนายอยู่นะ

#4 By mo.saic on 2013-09-10 10:11

นาอิม......มายไฮสจ๊วตดูหล่ออย่างอ่อนโยนมากเว้นท์นี้ /ยังไง แต่หล่อ หล่ออ่ะหล่อออออ แพ้ผู้ชายที่มีมุมอ่อนโยน /กระอัก
นกน้อย....โถ่

#3 By JunE on 2013-09-09 23:28

นกกระตั้วสุดยอด ; [] ;
ชอบฟิครอบนี้มากค่ะ  ฌาฮินน่ารักมาก  ทำให้เราได้มองเห็นนาอิมจากมุมมองอื่น  มองเห็นเขาในเวลาที่คนอื่นไม่เห็น ภาษาเขียนอ่านง่ายสบายแต่ไหลลื่นมาก XD
ขอบคุณสำหรับฌาฮินค่า อิอิ

#2 By A.A the wolf on 2013-09-09 15:46

อูอาาาาา ชอบมากอะะะะ
เป็นหนึ่งในอันที่เราชอบที่สุดของอีก่อดล่ะ...
ไม่ค่อยเห็นคนบรรยายบุรุษที่ 1 น่ารักดีค่ะ big smile big smile big smile  มันลงตัวดี อ่านลื่นๆ

#1 By Lil'z on 2013-09-08 19:20