[EINT]Prologue

posted on 24 May 2015 23:05 by blesea

 

 เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ
 
 
SOMNUS | 66005 | กฤตย์ เจริญการค้าไพศาล
************

 

“สวัสดีครับ ผมชื่อกฤตย์ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ Mr. Narrator”

“...” (พยักหน้าแล้วนิ่งฟัง)

“ก็คุณบอกว่าคุณจะพูดฝ่ายเดียวไม่ใช่เหรอครับ” (หัวเราะเบา)

“..ไม่งงหรอกครับ ไม่งง อย่ากังวลเลย คุณเล่าต่อเถอะ”

“..เรื่องราวก่อนที่ผมจะมาสมัครที่นี่เหรอครับ?”

“นี่เป็นขั้นตอนการสัมภาษณ์งานบทต่อไปรึเปล่า? ถ้าเหตุผลผมไม่ดีพอผมจะอดทำงานรึเปล่านะ” (หัวเราะอีก)

“ฮืม.. ก็ได้ครับ ไหนๆเราจะต้องร่วมงานกันแล้ว ผมไม่คิดว่าผมจะได้เจอคุณครั้งนี้แค่ครั้งเดียวอย่างคุณว่าหรอก”

“และถึงคุณจะพยายามพัง 4th wall ของผม แต่ผมจะไม่ให้คนที่คิดผมออกมาคุยกับคุณหรอก Mr. Narrator”

“ทีนี้ก็.. ตาผมเป็นฝ่ายพูดยาวแล้วใช่ไหมครับ”

“อย่าเพิ่งหลับไปก่อนนะครับ เรื่องราวของผมค่อนข้างจะคล้ายตัวผมเสียด้วย.. ออกจะน่าเบื่อทีเดียว” 

Prologue

“วันนั้นก็เหมือนวันปกติทั่วไป ผมตื่นขึ้นมาตอนฟ้ายังไม่สาง เห็นแบบนี้ผมก็เป็นคนตื่นเช้าคนหนึ่ง แต่พ่อแม่ผมไม่รู้เรื่องนี้หรอกครับ เพราะผมจะไม่ออกจากห้องจนกว่าจะโดนเรียก”

“ฟังดูไม่ดีเลยใช่ไหมครับ ผมก็คิดอย่างนั้นนะ แต่ในห้องของผมมันเป็นที่เดียวที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมกำลังเป็นตัวผม.. ช่างเรื่องนั้นก่อนดีกว่าครับ มันไม่ใช่เรื่องที่คุณถาม...”

“ยังไงก็อย่าบอกใครเรื่องนั้นนะครับ ถือว่ารู้กันเฉพาะผมกับคุณก็พอ”

“ก็ เอาเป็นว่า ผมตื่นเวลาเดิม นอนเช็คอีเมลล์ ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ค... กิจวัตรประจำวันของผมนั่นล่ะครับ กินเวลาพอสมควรเหมือนกัน เพราะผมติดตามคนเยอะ ทั้งดารา เซเลปทวิตเตอร์ แล้วก็..เรียกเพื่อนคงฟังดูแปลกๆ ผมไม่แน่ใจว่าเขาคิดว่าผมเป็นเพื่อนรึเปล่าเสียด้วยสิ ขอเรียกเป็นคนรู้จักแล้วกันนะครับ ผมมีคนรู้จักในหลายวงการเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนักวาดรูปล่ะครับ”

“เอ.. เริ่มจะไม่เกี่ยวอีกแล้วสิ อดทนกับผมหน่อยนะครับ ผมไม่ได้พูดกับใครยาวๆมานานแล้ว อาจจะเรียบเรียงสับสนไปหน่อย ยังไงถ้าผมเริ่มพูดวนก็เตือนผมได้นะ”

“แล้วประมาณ 7 โมง โทรศัพท์ข้างเตียงผมก็จะดัง ก็เป็นอันว่าหมดเวลาในโลกอินเตอร์เน็ตของผม ได้เวลาลงไปกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว พ่อผมชอบให้ทุกคนกินข้าวพร้อมกันครับ ทั้งเช้า กลางวัน เย็น เป็นครอบครัวที่อบอุ่นไหมครับ”

“แต่เพราะเจอกันทุกวัน บทสนทนาตอนเช้าก็ไม่ค่อยมีอะไรมาก อย่างวันนั้นพ่อกับแม่ผมก็คุยกันเรื่องงาน.. เอ รู้สึกจะถามผมด้วยครับว่าเมื่อไหร่ผมจะลงมาทำงาน เขาไม่อยากให้ผมหมกตัวอยู่ในห้องนานๆ...”

“อันนี้ก็รู้กันแค่ผมกับคุณนะครับ ผมเป็น NEET”

“ที่ย่อมาจาก Not in EDUCATION, EMPLOYMENT, or TRAINING น่ะครับ.. หรือก็ว่างงานอยู่นั่นล่ะ”

“บังเอิญผมเพิ่งเรียนจบพอดี แล้วงานมันก็... ไปได้ไม่สวยเท่าไหร่ ตอนนี้ก็เลยเรียกว่าพักอยู่คงได้”

“...”

“แต่ผมก็พักมาเกือบๆ 4 เดือนแล้ว..”

“ช่างเถอะครับ เรื่องนี้ก็ยังไม่เกี่ยวเท่าไหร่ เอาเป็นว่ามื้อเช้าก็เป็นบทสนทนาตามปกติ แล้วผมก็กลับขึ้นห้องไป ถ้าเป็นวันที่ไม่มีอะไรผมก็จะอยู่ในห้องยาวจนโดนตามกินมื้อเที่ยงกับมื้อเย็นถึงจะออกมา”

“แต่ถ้าเป็นวันที่มีธุระ เช่นวันนั้นที่ผมมีนัดกับเทรนเนอร์ที่ไกเออร์ ผมก็จะได้ออกจากบ้านไปบ้าง”

“ครับ ผมมีสมัครคอร์สฟิตเนสของไกเออร์ไว้ ไปออกกำลังที่นั่นได้พักนึงแล้วล่ะครับ แม่ผมเป็นคนแนะนำมา ค่อนข้างโด่งดังพอควร และที่สำคัญคือใกล้บ้านผมครับ”

“ตอนนี้ผมก็ไปออกกำลังกับที่นั่นได้ประมาณ 2 สัปดาห์แล้ว อุปกรณ์อะไรก็ดีทีเดียวครับ ช่วงเวลาที่ผมไปออกก็เป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่ยังทำงานอยู่ คนเลยค่อนข้างบางตา แต่ก็ใช่ว่าผมจะได้คุยกับใครนักหรอกครับ มีก็แค่เทรนเนอร์ของผมเท่านั้นเอง เธอช่างคุยครับ บางทีก็นินทาลูกค้าคนอื่นให้ผมฟังด้วย สนุกดีครับ”

“และก็เป็นเธอนี่ล่ะครับที่แนะนำให้ผมรู้จักกับ Intersomnia Project 66”

“ตอนนั้นผมก็ออกกำลังตามโปรแกรมของเธอจนเป็นลมเหมือนทุกที เธอไม่ได้ให้ผมออกกำลังหนักหรอกครับ ผมแค่ไม่ค่อยได้ขยับตัวมานาน แต่ผมก็ค่อยๆอึดขึ้นเรื่อยๆนะ”

“ครับๆ ต่อครับต่อ ใกล้จะจบแล้วล่ะครับ หลังจากผมฟื้นขึ้นมา เธอก็เล่าถึงโครงการทดลองวิธีออกน้ำหนักแบบใหม่ครับ เห็นว่าทางไกเออร์ผลิตเครื่องออกกำลังแบบใหม่มาได้ กำลังหาคนไปทดลองอยู่ เป็นเครื่องที่แค่นอนเฉยๆก็ลดน้ำหนักได้ หรืออะไรแบบนั้นล่ะครับ”

“เธอบอกว่าเห็นผมเป็นลมบ่อยๆแล้วเห็นใจ ผมก็เข้าใจเธอนะครับ ลำบากเธอด้วยต้องมาค่อยรมยาดมผมตลอดเลย ไม่ได้ทำงานเทรนเนอร์สักที”

“แต่สำหรับผม โครงการนี้เป็นโครงการที่น่าสงสัยมาก ผมเลยขอใบปลิวมาเผื่อจะอ่านรายละเอียดเพิ่ม แต่เทรนเนอร์ก็บอกว่าเธอฟังมาจากตัวแทนอีกที ถ้าผมสนใจให้ลองติดต่อกับตัวแทนดู แล้วเธอก็ให้อีเมลล์ของตัวแทนคนนั้นมา แล้วเย็นวันนั้นผมก็กลับไปส่งอีเมลล์หา วันถัดมาผมก็ได้คุยกับตัวแทนเลย”

******

“ก็..เท่านี้ล่ะครับ ที่มาว่าผมรู้จักโครงการนี้ได้ยังไง ส่วนขั้นตอนการสัมภาษณ์รอบแรกผมคิดว่าคุณคงได้รู้มาบ้างแล้ว เป็นการสัมภาษณ์ที่รวบรัดที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยครับ สมัยสอบสัมภาษณ์เข้ามหาลัยยังถามละเอียดกว่านี้อีก”

“และตอนนี้ผมก็ได้มาคุยกับคุณ ที่ทำให้ผมรู้ว่า Intersomnia Project 66 มันไม่ใช่โครงการทดลองเครื่องลดน้ำหนักด้วยการนอนอย่างที่ผมเข้าใจ”

“แต่ผมก็ไม่คิดจะถอยหลังกลับแล้วล่ะครับ เซ็นสัญญาไปแล้วด้วยสิ” (หัวเราะ)

“ในส่วนตรงนี้ ผมจะถือวิสาสะพัง 4th wall กับคุณด้วยเป็นครั้งคราวนะครับ Mr. Narrator ยังไงคุณก็เป็น Narrator ส่วนตัวของผมจริงไหม”

“หวังว่าผมจะได้เจอคุณในครั้งต่อไปนะครับ”